หลายคนคงเคยเห็นเสื้อลายหมี ที่ถูกจับมาตกแต่งสีสันให้เข้ากับวัฒนธรรมหลายอย่าง ทั้งล้อเลียนตัวการ์ตูนมิคกี้เมาส์ ยี่ห้อเครื่องดื่มน้ำเมา ไปจนถึงลายธงชาติต่างๆ

ลองไปค้นในเว็บดูถึงพบว่า ตุ๊กตาหมีแบบนี้มีชื่อว่า Be@rbrick ในบ้านเราก็เคยเห็นมีขายอยู่บ้าง ตามร้านขายของเล่น/ของแต่งบ้าน แบบหรูๆ นิดนึง หน้าตามีมากมายหลายแบบ ตามแต่จินตนาการของคนออกแบบจะคิดลวดลายออกมาได้

เสื้อยืดยี่ห้อ Popularity จับเอาแนวคิดเดียวกันมาใส่ลงไปบนเสื้อยืด ขยายขอบเขตของลวดลายออกไป ให้เข้ากับจริตของคนใส่เสื้อยืดบ้านเรามากขึ้น

หนึ่งในธีมของลวดลายที่อยู่บนเสื้อ Popularity ก็คือลายสำหรับคอบอล ที่ในบางโอกาสอาจจะไม่สะดวกใส่เสื้อชุดแข่งของทีมรักออกไปเดินนอกบ้าน แต่การใส่เสื้อยืดที่มีลายหมีแปะโลโก้สโมสรโปรด ก็พอจะช่วยทดแทนหน้าที่ในการประกาศให้โลกรู้ว่าผู้สวมใส่เป็นแฟนของทีมอะไร

ตัวอย่างเช่น ทีมหัวตารางของพรีเมียร์ชิพอังกฤษในเวลานี้

เสื้อยืด Popularity หาซื้อได้ตามตลาดนัดทั่วไป หรือจะไปที่จตุจักรก็มีร้านใหญ่ มีหลายลายให้เลือก ราคาตอนที่ซื้อมาอยู่ที่ประมาณ 180-200 บาท

เจ้าหนูอะตอม (หรือเจ้าหนูปรมาณู ในสมัยตีิพิมพ์ในไทยครั้งแรก) เป็นผลงานโดยอาจารย์ โอซามุ เท็ตสึกะ ที่ได้รับการขนานนามเป็นเจ้าพ่อวงการการ์ตูนญี่ปุ่น (manga) ที่ทุกคนคงเคยได้ยินมาจนอาจจะเบื่อได้ จุดเด่นในงานของอาจารย์มีอยู่หลายปัจจัยด้วยกันตั้งแต่ลายเส้น ที่ตัวละครแต่ละตัวมีตาโตโดดเด่นเป็นเอกลัษณ์ มุกตลกท้องคัดท้องแข็งด้วยหลากหลายความฝืดแบบไม่ทันตั้งตัว แต่ที่สำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้นจินตนาการเหนือผู้คนร่วมสมัย ที่ทำให้อาจารย์มีผลงานการ์ตูนมากกว่า 700 เรื่อง รวมจำนวนหน้าได้มากกว่า 150,000 หน้า

แต่ถึงแม้จะมีผลงานมากมายเพียงใด ผลงานที่ได้รับความนิยมในวงกว้างมากที่สุดก็หนีไม่พ้นเจ้าหนูอะตอม ด้วยตัวละครหุ่นยนต์ในร่างของเด็กชายสุภาพน่ารัก ผิดแผกไปจากจินตนาการภาพหุ่นยนต์ของผู้คนในสมัยนั้น จึงไม่แปลกที่จะสามารถครองใจผู้คนมากมาย เจ้าหนูอะตอมจึงถือเป็นผลงานชิ้นสำคัญ ที่ทำให้ชื่อของอาจารย์เป็นที่ยอมรับ

กระนั้นในคุยกันท้ายเล่ม ของหนังสือการ์ตูนเรื่อง Pluto ซึ่งเล่าถึงบทความไว้ในปี 1966 ซึ่งเขียนโดยอาจารย์เองว่า “ผมถือว่าอะตอมคือผลงานที่ไม่ได้ความชิ้นหนึ่ง ผมเขียนมันขึ้นมาเพียงเพราะต้องการชื่อเสียงเงินทอง” “จริง ๆ แล้ว ผมรู้สึกสนุกกับการเขียนเรื่องเจ้าหนูอะตอมเฉพาะในช่วง 2-3 ปีแรกเท่านั้น” ฟังดูโหดร้ายทารุณ แต่ควรหรือไม่ควรก็เป็นสิทธิ์ของผู้แต่ง และแน่นอน ผู้เสพอย่างเรา ๆ ก็ย่อมมีสิทธิ์ที่จะเชื่อตามหรือเห็นต่างด้วยเช่นกัน

เสื้อยืดเจ้าหนูอะตอมส่วนใหญ่ในบ้านเรา มักจะเน้นลวดลายสีสันสดใสของตัวละครเป็นการหลอกล่อคุณหนู ๆ แต่ตัวด้านล่างนี้เน้นเพียงสัดส่วนโครงร่าง แล้วปล่อยให้เราได้จินตนาการว่า หน้าตาที่แท้จริงของเจ้าหนูอะตอมในใจเรานั้นจะเป็นเช่นไรกัน

Astro Boy T-shirt

อนึ่ง หากสนใจใคร่เปรียบเทียบผลงานของอาจารย์เท็ตสึกะ แล้วไซร้เชิญชวนหาอ่านงานที่ยังไม่เคยได้รับการตีพิมพ์ในไทยมาก่อน ได้ที่ Kinokuniya (ตอนนี้ลด 20% ตลอดเดือนกันยายน :P) แนะนำ Ode to Kirihito เป็นพิเศษ

ช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่แล้ว มีการจัดงาน Barcamp Bangkok ขึ้นเป็นครั้งที่ 2 โดยจัดที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ สำหรับคนที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน Barcamp เป็นงานสัมมนาแบบไม่เป็นทางการ อาศัยแนวคิดที่ว่าให้คนมาอยู่รวมๆ กัน เสนอหัวข้อที่จะพูด แล้วก็ให้คนโหวตเลือกหัวข้อที่อยากฟัง รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้จากเว็บ barcampbangkok.org

ถึงแม้ภายนอกจะดูเป็นงานแนวๆ IT แต่หัวข้อเรื่องที่มีในงานไม่จำกัดแนว ถ้าได้ไปในงาน จะได้เจอหัวข้อประเภท ขี่จักรยานไต่ภูเขา, พายเรือจากเชียงใหม่ถึงกรุงเทพ, หรือกระทั่งว่า จีบสาวญี่ปุ่นต้องทำยังไง

เนื่องจากว่ามันไม่จำกัดหัวข้อ ผมเลยเตรียมหัวข้อที่จะไปพูดเป็นเรื่องเกี่ยวกับเสื้อยืด ในหัวข้อที่ว่า L337 T-shirts

คำว่า L337 เป็นวิธีการเขียนแบบกวนๆ ของคำว่า LEET ซึ่งแผลงมาจากคำว่า Elite อีกทีนึง (ภาษาวัยรุ่นฝรั่งเค้า) ถ้าให้แปลเป็นไทย คงได้อารมณ์ประมาณ “เมพขิงขิง” อะไรทำนองนั้น ซึ่งในสไลด์นี้ ก็เป็นการรวบรวมเอาเสื้อยืดขำๆ แบบที่เหมาะกับชาว geek มาให้ดูกัน

หลายแบบ มีคนก๊อปเอามาทำขายในบ้านเราเหมือนกัน เดินตามอนุสาวรีย์ชัยฯ หรือแถวข้าวสาร มองหาดูดีๆ ก็พอจะมีให้เห็นบ้าง

ทีเชิร์ตคัลเจอร์ บล็อกกลุ่มน้องใหม่ เปิดทำการเมื่อ 27 ก.ค. 2551 สด ๆ

บล็อกที่พยายามจะเขียนเกี่ยวกับเสื้อยืด และวัฒนธรรมที่อยู่เบื้องหลังการใส่เสื้อยืด

“คุณบริโภคอะไร คุณก็เป็นอย่างนั้น” คำพูดนี้ใช้ได้กับเสื้อยืดพิมพ์ลายเช่นกัน

สมมติว่าคุณกำลังใส่เสื้อยืดอยู่ตัวหนึ่ง (หรือถ้าคุณใส่มันอยู่จริง ๆ ก็ดี จะได้ไม่ต้องสมมติให้ยุ่งยาก) คุณสะดุดตาเสื้อตัวที่คุณกำลังใส่อยู่นี้เพราะอะไร ? ทำไมถึงไม่เป็นตัวอื่น ๆ ในร้าน ? ทำไมวันนั้นคุณถึงเลือกเสื้อตัวนี้ ? กระทั่งว่ามันเป็นเสื้อแจกฟรีก็เถอะ แต่ในสถานการณ์อะไร คุณอยู่ในวงสังคมแบบไหน จึงได้รับเสื้อตัวนี้มา ? แล้วทำไมวันนี้คุณเลือกใส่เสื้อตัวนี้ ?

มีอะไรในหัวคุณที่บอกให้คุณทำอย่างนั้นไหม ?

จริงอยู่ที่ว่าเสื้อผ้าทุกชนิดทุกชิ้นที่คุณสวมใส่ ล้วนบอกความเป็นตัวคุณ แต่เสื้อยืดพิมพ์ลายนั้นดูจะบอกอะไรได้ชัดเจนกว่าเสื้อผ้าชิ้นอื่น ด้วยความที่มันมีพื้นที่เว้นไว้ให้เติมคำลงในช่องว่างมากกว่า ทั้งยังอยู่ในตำแหน่งสายตากว่า จึงไม่แปลกอะไร ที่หลายคน-อย่างรู้ตัว-ใช้พื้นที่บนหน้าอกและแผ่นหลังของตัว ประกาศแนวคิดของตนสู่สาธารณะอย่างชัดแจ้ง ทำตัวเองเป็นป้ายโฆษณาเคลื่อนที่-อย่างจงใจ-พาแนวคิดที่ประกาศบนเสื้อไปปะทะกับสายตามากมายในพื้นที่สาธารณะที่ตนเดินทางผ่าน ไม่ว่าจะเป็นมุขตลกร้ายเสียดสี คำพูดกวน ๆ แนวสติ๊กเกอร์ท้ายรถ หรือสารทางการเมือง

เวลาที่เราหยิบเสื้อยืดพิมพ์ลายตัวหนึ่งขึ้นมาใส่ เราจึงไม่ได้พิจารณาเพียงว่าเหมาะกับกางเกงและเสื้อผ้าชิ้นอื่นหรือไม่ แต่พิจารณาไปต่อว่า พื้นที่สาธารณะที่เราจะต้องไปในวันนั้น ผู้คนรอบ ๆ จะมีปฏิกิริยาต่อสารบนเสื้อยืดอย่างไร แม้กับเสื้อผ้าปกตินั้นเราก็คิดถึงข้อนี้ด้วย เช่น ไม่เลือกเสื้อสีสดไปพิธีศพ แต่ด้วยมิติของสารบนเสื้อยืดพิมพ์ลายที่มีมากกว่าสีและทรง การพิจารณาของเราต่อเสื้อยืดพิมพ์ลายตัวหนึ่งจึงซับซ้อนยิ่งกว่าธรรมเนียมปฏิบัติเรื่องสีกับพิธีกรรมที่ค่อนข้างตายตัว ไปสู่เรื่องสารกับความเชื่อในสังคมที่ลื่นไหลเปลี่ยนแปลงกว่า เสื้อยืดพิมพ์ลายตัวเดียวกันอาจใส่ขึ้นรถเมล์เมื่อปีที่แล้วได้ แต่ในปีนี้ไม่ได้

กับเสื้อผ้าแบบมาตรฐานจากโรงอุตสาหกรรม ด้วยสีและทรงที่มีจำกัด ความเป็นปัจเจกนั้นถูกกลบด้วยความ ‘เหมือน ๆ กัน’ ของเสื้อผ้า แต่ด้วยลายพิมพ์บนเสื้อยืด ความเป็นปัจเจกถูกขับผลักออกมาจากฝูงชนได้ และเมื่อใดที่คุณรู้ตัวว่าได้เลือกที่จะยืนอยู่แถวหน้า คุณก็เตรียมใจที่จะเผชิญกับการปะทะที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าคุณจะรู้สึกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อได้ยินคนที่เดินสวนซุบซิบถึงลายบนเสื้อว่าน่ารักหรือกวนดีจัง หรือรู้สึกถูกคุกคามเมื่อเห็นสายตาคนจ้องมองที่หน้าอกคุณสลับกับมองหน้าคุณ สารบนเสื้อของคุณได้ทำหน้าที่ของมันอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา – สื่อสาร

ติดตามวัฒนธรรมเสื้อยืดได้ที่ tcult.wordpress.com (ที่นี่แหละ)
(สนใจอยากแจม ร่วมเขียน แจ้งได้ที่บล็อกดังกล่าว หรือ ทวิตเตอร์ @pittaya)

(เผยแพร่ครั้งแรก 30 ก.ค. 2551 ที่บล็อก Culture Lab)

Tahiti เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะเฟรนช์โปลีนีเซียน อยู่ทางตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิกและมีฐานะเป็น “ประเทศโพ้นทะเล” ของประเทศฝรั่งเศส มีภูมิประเทศเป็นทะเลภูเขา คือ มีภูเขาไฟเรียงรายต่อกันและมียอดสูงเสียดเมฆ รอบ ๆ เกาะเป็นแนวปะการัง และรายล้อมด้วยทะเลที่มีน้ำใสสีฟ้าสลับเขียว คั่นด้วยหาดทรายขาว และมีอากาศร้อนชื้นตลอดทั้งปีภูมิทัศน์แบบที่หลายๆคนเรียกว่า “สวรรค์บนดิน” แบบนี้จึงทำให้การท่องเที่ยวกลายเป็นอุตสาหกรรมหลักของเกาะ Tahiti

เมื่อฉันเห็นรูปภาพสวย ๆ ของเกาะ Tahiti ตามหน้าเว็บต่าง ๆ แล้ว ทำให้ไม่แปลกใจเลย ที่วงป็อปสัญชาติฝรั่งเศสที่เลือกใช้ชื่อว่า Tahiti 80 จะสร้างสรรค์ดนตรีที่ให้ความรู้สึกคึกคัก นุ้งนิ้ง ใสใส ฟังแล้วยิ้มไปกับเสียงนักร้องนำ (ที่ฟังออดอ้อนเหลือเกิน-ในความรู้สึกฉัน) ราวกับกำลังพักผ่อนอยู่ ณ เกาะตาฮิติ

บางคราว ดนตรีของพวกเขาก็ทำให้ฉันนึกไปว่า กำลังปั่นจักรยานไปตามทางริมทะเลในวันอากาศดีที่มีลมพัดเย็น…

ชื่อวง Tahiti 80 นั้นมีที่มาจากสโลแกนบนเสื้อยืด ตัวหนึ่งของคุณพ่อของ Xavier Boyer มือกีตาร์และนักร้องนำของวง (สมาชิกของวง สามในสี่คน ควบหน้าที่นักร้องนำด้วย) ต้องขอบคุณคุณพ่อของเขาที่ทำให้เรากับ Tahiti 80 ได้รู้จักกัน

จากเสื้อยืดหนึ่ง นำไปสู่ อีกเสื้อยืดหนึ่ง…เสื้อยืดตัวนี้ ได้มาจากคอนเสิร์ต “Melody of Life” ซึ่งจัดที่ลานหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ วันที่ 25 มี.ค. 2550  ซึ่งวง Tahiti 80 มาเล่นสด! โดยมีศิลปินไทยอาทิ Slur, Moderndog, Flure, Yokee Playboy เล่นเปิดก่อนในวันเดียวกัน และที่ทำให้ดีใจทวีคูณคือคอนเสิร์ตนี้ ฟรี!

เสื้อตัวนี้ได้มาในราคา 200-300 บาท (จำไม่ได้แล้ว) ซึ่งจริง ๆ แล้วฉันแอบเล็งลายเสื้อแบบที่สมาชิกวงคนหนึ่งใส่ สกรีนเป็นรูปที่เลียนแบบโลโก้ของมอเตอร์ไซด์ยี่ห้อ ฮอนด้า แต่เปลี่ยนเป็น แพนด้า (ฉันยังสงสัยว่าวงนี้มีความหลังอะไรกับแพนด้าหรือเปล่า) แต่กลับไม่มีขาย T^T

เสื้อยืดวง Tahiti 80 – ฉันเรียกเสื้อตัวนี้ว่า แพนด้าอินเลิฟ – มักจะมีคนถามเสมอว่าเป็นเสื้อสถาบันใด? ทีมอะไร? องค์กรการกุศลเพื่อการอนุรักษ์แพนด้า?

Color Overload แนะนำบล็อกทีเชิร์ตน่าสนใจ 30 แห่ง ดูกันให้ตาแฉะ

1-10, 11-20, 21-30

ใครมีบล็อกทีเชิร์ตของไทย หรือที่อื่น ๆ ก็แนะนำกันมาครับ🙂

บีบีซี ช่องทีวีสาธารณะของสหราชอาณาจักร พาไปคุยเรื่องประวัติทีเชิร์ตกับ Caryn Franklin นักเขียนแฟชั่น ถึงคำขวัญในทีเชิร์ต วัฒนธรรมการแสดงออก แสดงความคิดจุดยืนทางการเมืองผ่านข้อความบนทีเชิร์ต “เรามีอะไรบางอย่างจะพูด.”

แคทเทอรีน แฮมเนต (Katharine Hamnett) นักออกแบบชาวอังกฤษ ทำให้สิ่งเหล่านี้ชัดเจนยิ่งขึ้นในวัฒนธรรม เมื่อเธอสวมทีเชิร์ตตัวโคร่งสกรีนคำขวัญ “58% DON’T WANT PERSHING” เข้าพบ มาร์กาเรต แทตเชอร์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เพื่อประท้วงความคิดที่จะตั้งฐานมิสไซล์ในเกาะอังกฤษ วงดนตรีป๊อปหลายวงร่วมขบวนทีเชิร์ตคำขวัญนี้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือวงยอดนิยมอย่าง WHAM! ที่สวมเสื้อสกรีนคำขวัญ “CHOOSE LIFE” และแสดงมันอย่างชัดเจนในมิวสิควิดีโอเพลง “Wake Me Up Before You Go Go” (อันดับหนึ่งยูเคชาร์ต) คำขวัญดังกล่าวเพื่อรณรงค์ต่อต้านการใช้ยาเสพติดและการฆ่าตัวตาย

และไม่ใช่เพียงแคทเทอรีนเท่านั้นที่มีอะไรบางอย่างจะพูด ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาในวัฒนธรรมทีเชิร์ตแสดงให้เราเห็นแล้วว่า

“พวกเราทุกคนมีอะไรบางอย่างจะพูด”

[ ผ่าน T-Shirt Watch ]

เสื้อยืดตัวนี้ ตอนที่หยิบมาใส่ครั้งแรกมันก็นิ่มแล้ว
มันเป็นเสื้อที่อยู่ในบ้าน คิดว่าพี่สาวเป็นคนซื้อมา
ฉันกับพี่สาวมักใส่เสื้อผ้าด้วยกันเสมอ ตั้งแต่เล็กจนโต
ทุกวันนี้พี่สาวแต่งงานไป เราก็ยังใส่เสื้อผ้าของกันและกันอยู่

ฉันเป็นคนที่ไม่ชอบแมว ยกเว้นแมวตัวนี้
การผูกพันกันมาตั้งแต่เด็ก
อาจทำให้เรารู้สึกเหมือนเป็นเพื่อนกันไปแล้ว
และยังเป็นมาตลอด
โดเรมอน เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจ
ที่ทำให้ฉันได้ฝึกจินตนาการ ฝึกให้รู้จักการอ่านการ์ตูน
ฉันเชื่อว่าเด็กทุกคน
ล้วนเคยผ่านการคิดฝันถึงการมีอยู่จริงของโดรามอนในชีวิต
สำหรับฉัน สิ่งสำคัญที่สุดหาได้เป็นของวิเศษจากกระเป๋ามหัศจรรย์
หากแต่ความเป็นเพื่อนที่มีให้กับโนบิตะต่างหากล่ะ

 
ตอนนี้ ฉันมีหลานสาวเล็กๆ 5ขวบ 7ขวบ🙂 และ 10ขวบ
เป็นวัฒนธรรมองค์กร เรามักใส่เสื้อของกันและกันเสมอไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่
ไม่ว่าจะอายุกี่ขวบก็ตาม ทุกวันนี้เรายังดูการ์ตูนเรื่องเดียวกัน
มีเพื่อนเป็นแมวตัวเดียวกัน
เสื้อตัวนี้ ทุกคนอยากจะหยิบมาใส่เสมอ
เพราะไม่มีใครที่ไม่รักโดเรมอน

ภาพอย่างหนึ่งที่เรามักเห็นบนเสื้อยืดทั้งหลาย คือโลโก้สินค้าต่างๆ นัยว่าเป็นการประกาศรสนิยมของผู้สวมใส่เสื้อยืดนั้นว่า เป็นสาวกที่จงรักภักดีต่อแบรนด์นั้นๆ ภูมิใจที่มีโลโก้ของแบรนด์มาแปะอยู่บนตัวเอง ถ้าไปแถวสยามสแควร์ อาจจะได้เห็นคนใส่เสื้อยืดแปะยี่ห้อดังเดินกันขวักไขว่ ทั้ง Nike, DKNY, Chaps หรือถ้าเกิดไปเดินแถวถนนข้าวสาร เสื้อยืดปะยี่ห้อที่นิยมกันอาจจะเป็น Jack Daniels, สิงห์ หรือ กระทิงแดง ก็แตกต่างกันไปตามบริบท วัฒนธรรม ความนิยมในแต่ละท้องที่

Geek ก็เป็นกลุ่มคนอีกประเภทหนึ่ง ถ้าแปลเอาความหมายก็พอจะได้ความว่า เป็นคนประเภทที่เชี่ยวชาญ (บางครั้งก็ถึงกับลุ่มหลง) ในด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะ โดยมากมักเป็นด้านเทคโนโลยี, อิเล็กทรอนิกส์, วิทยาศาสตร์ หรือเกมส์ ในความหมายทั่วไป geek มักจะชอบใช้ชีวิตแบบง่ายๆ ไร้ระเบียบในมุมมองของคนทั่วไป บางครั้งคำว่า geek ก็ถูกเอาไปเปรียบเทียบกับคำว่า nerd โดยมีความหมายที่ใกล้เคียงกัน

ในหมู่ geek ทั้งหลาย การใส่เสื้อยืดถือเป็นวัฒนธรรมร่วมที่ geek ส่วนใหญ่นิยมยึดถือปฏิบัติ เพราะง่ายต่อการดูแลรักษา ไม่ต้องรีด และราคาถูก (บางทีก็ได้ฟรี) แต่แบรนด์ที่เป็นที่นิยมในหมู่ geek ก็จะแตกต่างไปจากในกลุ่มคนประเภทอื่น โดยแบรนด์ที่ geek นิยมส่วนใหญ่มักจะเป็นแบรนด์ที่อยู่ในวงการธุรกิจไอที (เช่น คอมพิวเตอร์, ซอฟต์แวร์, โทรคมนาคม) หรืออย่างอื่นที่เกี่ยวข้อง (บริษัทเกม, สำนักพิมพ์ที่ขายหนังสือคอม, หนังไซไฟ)

แบรนด์ดังหลายเจ้าในโลกไอที นิยมแจกเสื้อยืดฟรีตามโอกาสต่างๆ เพราะเชื่อว่าผู้ได้รับแจกเสื้อ ยินดีที่จะพลีกายเป็นป้ายโฆษณาให้กับแบรนด์นั้นๆ ด้วยการสวมเสื้อยืดสกรีนลายออกไปเดินให้คนอื่นเห็น

เสื้อยืด Google and U ได้แจกฟรีมาจาก Google Thailand

หลายครั้งที่เราเคยชินกับการตีความเรื่องราวที่สอดใส่ความลึกตื้นหนาบาง หวังเพื่อมุมมองที่ดูแตกต่างแปลกตา แต่เมื่อความแตกต่างไม่อาจทำให้ดูแตกต่างอีกต่อไป ความเรียบง่ายแน่วแน่ ก็อาจให้ผลลัพธ์ที่อาจคาดไม่ถึง ถ้าเพียงแต่รู้จักเลือกวิธีการนำเสนอเหมือนกับที่คุณ Demetri Martin ทำเอาไว้กับมิวสิควิดีโอเพลง Selfish Jean ของ Travis

โดยคุณ Martin หยิบเสื้อยืดที่มี 19 ตัวมาใส่ในคราวเดียว ก่อนจะค่อย ๆ ถอดเผยประโยคบนเสื้อ ให้ตรงกับเนื้อเพลงตามท่วงทำนอง เรียบง่ายชัดเจนแต่ก็มิได้ถดทื่อ พิสูจน์ได้กับความนิยมอันแพร่หลายในหมู่แฟน แต่ไม่ยักได้เห็นว่ามีใครเอาเข้ามาขายในงานคอนเสิร์ตที่เพิ่งผ่านมา ความเสียดายส่วนตัวจากที่เผลอพลาดครั้งก่อนจึงต้องโดนตอกย้ำต่อไป